← กลับหน้าแรกรัฐอานธรประเทศตั้งเป้าอพยพประชาชนราว 30,000 คน ก่อนพายุลูกใหม่ขึ้นฝั่ง ขณะที่รัฐโอฑิศายังเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูความเสียหายจากไซโคลนอาร์นับเมื่อสัปดาห์ก่อน

ทางการอินเดียเริ่มอพยพประชาชนตามชายฝั่งตะวันออกเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเตรียมรับพายุไซโคลนมูรซู ซึ่งคาดว่าจะขึ้นฝั่งรัฐอานธรประเทศในช่วงเช้ามืดวันที่ 3 พฤศจิกายน ตามรายงานของไทยรัฐ พายุลูกใหม่นี้กำลังเข้าใกล้พื้นที่ที่ยังอยู่ระหว่างฟื้นฟูจากไซโคลนอาร์นับเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยรัฐอานธรประเทศตั้งเป้าย้ายประชาชนราว 30,000 คนไปยังพื้นที่ปลอดภัย
ไทยรัฐอ้างข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียว่า มูรซูพัฒนาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนใต้และตอนกลางค่อนไปทางตะวันตก ก่อนทวีกำลังเป็นพายุไซโคลน คาดว่าพายุจะมีความเร็วลม 100–110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยชายฝั่งรัฐอานธรประเทศและรัฐทมิฬนาฑูเป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ปราคฮาร์ เชน กรรมการผู้จัดการสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งรัฐอานธรประเทศ ให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ตามที่ไทยรัฐนำมารายงานว่า มีประชาชนอพยพแล้วประมาณ 2,000 คน และการเคลื่อนย้ายยังดำเนินต่อเนื่อง สำนักงานฯ ประเมินว่าพายุจะขึ้นฝั่งบริเวณเมืองอองโกเล พร้อมจัดหน่วยรับมือภัยพิบัติแห่งชาติ หรือ NDRF จำนวน 6 ทีม และหน่วยรับมือภัยพิบัติระดับรัฐ หรือ SDRF อีก 7 ทีม ลงพื้นที่เสี่ยง
พื้นที่ที่มีการกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ครอบคลุมเขตคริชณะ บาปัตลา กุนตูร์ เนลลอร์ ปรากาศัม มาร์กาปุรัม ปาลนาดู และติรุปาติ โดยเตรียมเสริมกำลังหากจำเป็น ขณะเดียวกัน รัฐโอฑิศาที่อยู่ติดกันได้ยกระดับความพร้อมรับพายุลูกใหม่ ทั้งที่ยังมีภารกิจค้นหาผู้สูญหาย ช่วยเหลือประชาชน และซ่อมแซมความเสียหายจากพายุอาร์นับ
สำหรับผลกระทบจากพายุอาร์นับในรัฐโอฑิศา ไทยรัฐรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 6 คน หลังพบศพอีก 2 รายในหมู่บ้านที่ประสบดินถล่ม และยังมีผู้สูญหายอีก 10 คน หมู่บ้านกิดิปาบาลีบนเนินเขาบริเวณชายแดนเขตกัญชัมและกันธมาล ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 26 คน ถูกดินโคลนและเศษซากจากภูเขาถล่มทับบ้านเรือนเสียหายทั้งหมด ผู้รอดชีวิตอย่างน้อย 13 คนได้รับการอพยพไปยังศูนย์ช่วยเหลือ
ข่าวสดรายงานปฏิกิริยาต่อคลิปติ๊กต็อกของกวินท์ ดูวาล โดยข้อสันนิษฐานเรื่องความสัมพันธ์ยังเป็นความเห็นของผู้ชม
กีฬานักเทนนิสสเปนยกผลงานซเวเรฟและเชลตันเป็นสัญญาณการแข่งขันที่เปิดกว้าง พร้อมให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวช่วงพรีซีซั่น
สิ่งแวดล้อมสุชาติระบุสภาอุทยานธรณีโลกเห็นชอบเสนอรับรองขอนแก่น หากผ่านขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่สามของไทย
เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์พิเศษของรัฐโอฑิศาระบุว่า พายุอาร์นับและน้ำท่วมที่ตามมาส่งผลกระทบต่อประชาชนประมาณ 118,000 คน ทำให้พื้นที่เพาะปลูกเสียหาย 75,388 เฮกตาร์ และบ้านเรือนเสียหาย 1,672 หลัง โดยเขตกัญชัมและกันธมาลได้รับผลกระทบหนักที่สุด ทางรัฐระดมเจ้าหน้าที่มากกว่า 6,400 คนเพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเตรียมรับมูรซู
รัฐบาลรัฐโอฑิศาประกาศช่วยเหลือครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยข้าวสารครอบครัวละ 50 กิโลกรัม และเงิน 2,500 รูปีอินเดีย ซึ่งไทยรัฐระบุว่าเทียบเท่าประมาณ 900 บาท รวมถึงการชดเชยความเสียหายต่อพืชผล บ้านเรือน และแหล่งทำกิน ส่วนโมฮัน จรณ มาจี มุขมนตรีรัฐโอฑิศา ระบุว่า ได้สั่งอพยพประชาชนจากพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ภูเขาเสี่ยงภัย พร้อมปิดโรงเรียนและวิทยาลัยบางแห่งในพื้นที่ภาคใต้จนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน
รัฐโอฑิศายังประกาศเตือนภัยระดับสูงในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะเขตกัญชัม สั่งให้ชาวประมงงดออกทะเล และให้หน่วยรับมือภัยพิบัติเตรียมพร้อมตลอดเวลา ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียคาดว่า อิทธิพลของมูรซูจะทำให้รัฐโอฑิศาเริ่มมีฝนตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน ก่อนฝนหนักขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน และต่อเนื่องถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน การอพยพและเตรียมกำลังจึงดำเนินไปพร้อมกับการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยจากพายุลูกก่อน