← กลับหน้าแรกข้อเสนอพัฒนา 5 จังหวัดครอบคลุมเกษตร การค้าชายแดน ท่องเที่ยว และยาเสพติด เตรียมเข้าสู่การพิจารณา 3 พ.ย. 2569 โดยมีทั้งถนนเชื่อมอุดรธานี–บึงกาฬ สนามบินบึงกาฬ และกระเช้าภูกระดึง

คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 พิจารณาข้อเสนอพัฒนา 170 โครงการ วงเงินรวมกว่า 78,461 ล้านบาท เพื่อเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานี วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ตามรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลที่ประชาชาติธุรกิจและข่าวสดนำเสนอ ข้อเสนอนี้ครอบคลุมอุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู โดยยังเป็นขั้นตอนเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา
การประชุม กรอ. เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แบ่งข้อเสนอเป็น 4 ด้าน ได้แก่ การผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร 38 โครงการ วงเงินกว่า 7,956 ล้านบาท การพัฒนาการค้าชายแดน 35 โครงการ กว่า 57,578 ล้านบาท การส่งเสริมการท่องเที่ยว 66 โครงการ กว่า 9,887 ล้านบาท และการปราบปรามยาเสพติด 31 โครงการ กว่า 3,039 ล้านบาท โดยด้านการค้าชายแดนใช้งบประมาณสูงสุด ส่วนการท่องเที่ยวมีจำนวนโครงการมากที่สุด
ในจำนวนทั้งหมด แบ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่พร้อมขับเคลื่อนทันที หรือ Quick Win 101 โครงการ วงเงินกว่า 2,879 ล้านบาท และข้อเสนอระยะยาว 69 โครงการ กว่า 75,582 ล้านบาท หากแยกตามพื้นที่ ข้อเสนอระดับกลุ่มจังหวัดมีวงเงินกว่า 35,064 ล้านบาท ตามด้วยบึงกาฬกว่า 17,334 ล้านบาท เลยกว่า 10,137 ล้านบาท หนองคายกว่า 8,334 ล้านบาท อุดรธานีกว่า 5,887 ล้านบาท และหนองบัวลำภูกว่า 1,702 ล้านบาท
นายทรงศักดิ์ระบุว่า การพิจารณาโครงการให้ความสำคัญกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ โดยรัฐบาลถือการขับเคลื่อนภาคเกษตรเป็นวาระสำคัญ ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า แนวทางพัฒนาจะเน้นเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตบนพื้นที่เกษตรเดิม ก่อนต่อยอดสู่สินค้าเกษตรและอาหารมูลค่าสูง พร้อมใช้ห้องปฏิบัติการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยสร้างความเชื่อมั่น และเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานกับการค้าชายแดน
ข่าวสดรายงานปฏิกิริยาต่อคลิปติ๊กต็อกของกวินท์ ดูวาล โดยข้อสันนิษฐานเรื่องความสัมพันธ์ยังเป็นความเห็นของผู้ชม
กีฬานักเทนนิสสเปนยกผลงานซเวเรฟและเชลตันเป็นสัญญาณการแข่งขันที่เปิดกว้าง พร้อมให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวช่วงพรีซีซั่น
สิ่งแวดล้อมสุชาติระบุสภาอุทยานธรณีโลกเห็นชอบเสนอรับรองขอนแก่น หากผ่านขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่สามของไทย
ข้อมูลประกอบข้อเสนอที่ประชาชาติธุรกิจรายงานระบุว่า กลุ่มจังหวัดมีประชากรกว่า 3.6 ล้านคน พื้นที่ประมาณ 34,346 ตารางกิโลเมตร และชายแดนติด สปป.ลาว ยาวกว่า 527 กิโลเมตร มีสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 1 หนองคาย–เวียงจันทน์ และแห่งที่ 5 บึงกาฬ–ปากซัน เป็นประตูการค้า ในปี 2568 มีมูลค่าการค้าชายแดน 1.74 แสนล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมของกลุ่มจังหวัดปี 2567 อยู่ที่ 326,475 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.74 ของ GDP ประเทศ
ด้านเกษตร พื้นที่นี้เป็นฐานผลิตข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และยางพารา มีฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกว่า 58,000 ฟาร์ม และสัตว์เลี้ยงกว่า 21 ล้านตัว มูลค่าผลิตภัณฑ์ภาคเกษตรเพิ่มจาก 58,560 ล้านบาทในปี 2561 เป็น 82,957 ล้านบาทในปี 2567 แต่พื้นที่ชลประทานครอบคลุมเพียงร้อยละ 7.12 ของพื้นที่เกษตรกรรม ข้อเสนอจึงมุ่งเพิ่มการแปรรูปและมูลค่าสินค้า โดยมีมาตรการเร่งด่วนกว่า 439 ล้านบาท และระยะยาวกว่า 7,516 ล้านบาท ตัวอย่างโครงการคือศูนย์นวัตกรรมอาหารอนาคตและห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานอาหาร หรือ Sabaidee Future Food Innovation Lab วงเงิน 47.3 ล้านบาท รวมถึงโครงการห่วงโซ่การผลิตโคขุนลุ่มน้ำโขง และ Sandbox โคขุนลุ่มน้ำโขงของหนองคาย
โครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการค้าชายแดนมีโครงการขนาดใหญ่หลายรายการ ได้แก่ ทางหลวง 4 ช่องจราจรแนวใหม่เชื่อมทางหลวงหมายเลข 2 กับหมายเลข 222 จากอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ถึงบึงกาฬ วงเงินกว่า 27,085 ล้านบาท การพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ 9,711 ล้านบาท และทางเลี่ยงเมืองเลยด้านทิศตะวันตก 5,200 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเสนอพัฒนาทางหลวงหมายเลข 2 ตอนโนนสะอาด–อุดรธานี 4,000 ล้านบาท และเพิ่มช่องจราจรทางหลวงหมายเลข 2 ตอนน้ำสวย–สะพานมิตรภาพที่หนองคาย อีก 4,000 ล้านบาท
ข้อเสนอด้านการค้าชายแดนยังรวมถึงการศึกษาความเหมาะสมก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 7 ในจังหวัดเลย ระบบตรวจสอบตู้สินค้า Fixed X-Ray ที่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี แพลตฟอร์มการค้าชายแดนอัจฉริยะ Smart Border Trade O2O และศูนย์นาทาอัจฉริยะและระบบนิเวศการส่งออก หรือ Agro-Logistics Hub ของหนองคาย เพื่อเชื่อมการผลิต การขนส่ง และการส่งออกของพื้นที่
ด้านการท่องเที่ยว ข้อมูลในรายงานระบุว่า ปี 2568 กลุ่มจังหวัดมีนักท่องเที่ยว 11.98 ล้านคน และรายได้ 2.98 หมื่นล้านบาท ลดลงจาก 12.08 ล้านคน และ 3.01 หมื่นล้านบาทในปี 2567 อย่างไรก็ตาม ครึ่งแรกของปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 98,000 คน และรายได้เพิ่มขึ้น 320.67 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โครงการสำคัญที่รายงานจัดไว้ในข้อเสนอด้านนี้ ได้แก่ ศูนย์เชี่ยวชาญระดับพรีเมียมสาขาโรคหัวใจและการปลูกถ่ายอวัยวะของโรงพยาบาลอุดรธานี วงเงิน 2,000 ล้านบาท และกระเช้าภูกระดึง 1,757.95 ล้านบาท
ด้านยาเสพติด รายงานระบุว่าคดีในพื้นที่เพิ่มจาก 107 คดี เป็น 240 คดีในช่วงปี 2567–2569 ข้อเสนอ 31 โครงการมีวงเงินรวม 3,039.51 ล้านบาท โดยให้น้ำหนักกับการบำบัดรักษาและฟื้นฟู 2,578.45 ล้านบาท หรือร้อยละ 84.83 ส่วนการปราบปรามมีวงเงิน 325.26 ล้านบาท และการป้องกัน 135.81 ล้านบาท รายการที่เสนอครอบคลุมกล้อง AI CCTV โดรนเฝ้าระวังชายแดน จุดตรวจ X-Ray รถยนต์ต้องสงสัย และเรือนจำจังหวัดเลยแห่งใหม่
ขั้นตอนต่อไป สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะรวบรวมรายละเอียดโครงการที่ผ่านการอนุมัติในระดับจังหวัดแล้ว เพื่อนำเสนอต่อ ครม.สัญจร วันที่ 3 พฤศจิกายน นายดนุชาระบุว่าจะเร่งรัดโครงการที่มีความพร้อมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยวงเงินและรายการที่นำเสนอในครั้งนี้ยังเป็นข้อเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี