← กลับหน้าแรกกรมวิชาการเกษตรเผยรายละเอียดมหกรรมพืชสวนโลก ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จ.อุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ตั้งเป้าผู้เข้าชมกว่า 3.6 ล้านคน พร้อมนำเสนอพรรณไม้และวัฒนธรรมอีสานตลอด 134 วัน

มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 กำหนดจัดระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี โดยกรมวิชาการเกษตรระบุว่าเป็นการจัดงานครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำเสนอทั้งสวนและพรรณไม้จากต่างประเทศ องค์ความรู้ทางการเกษตร และวิถีชีวิตอีสาน ขณะที่จังหวัดยืนยันความพร้อมรองรับผู้เข้าชมชาวไทยและต่างชาติตลอดการจัดงาน 134 วัน
มติชนรายงานคำเปิดเผยของนางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ว่า งานครั้งนี้มีสวนนานาชาติ 32 สวน โดยมีผู้เข้าร่วมจาก 17 ประเทศและ 2 องค์กรนานาชาติ พร้อมจัดไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น นอกจากนี้ยังมีสวนองค์กรไทย 16 สวน และสวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน ควบคู่กับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและการแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ ผู้จัดตั้งเป้าผู้เข้าชมกว่า 3.6 ล้านคน และคาดว่าจะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นประมาณการของผู้จัดงาน
พื้นที่จัดงานกว่า 1,030 ไร่แบ่งเป็น 6 โซน เริ่มจากโซนทางเข้าและจุดจำหน่ายบัตร ซึ่งให้บริการข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม ต่อด้วยโซนสวนจัดแสดงและอาคารหลักที่นำเสนอพรรณไม้และอาคารสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น เช่น เรือนอีสาน ส่วนโซนสวนนานาชาติเป็นพื้นที่จัดแสดงสวนของประเทศและองค์กรนานาชาติที่เข้าร่วม
อีกสามโซนประกอบด้วยนิทรรศการภายในอาคาร ซึ่งครอบคลุมอาคารเรือนกระจก อาคารอำนวยการ และโรงเรือนไม้ในร่ม ส่วนนิทรรศการวิชาการภายนอกอาคารมีทั้งนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ไม้ผลและเทคโนโลยีการเกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ สวนกล้วยไม้ สวนบัว และสวนคาร์บอนเครดิต ขณะที่โซนสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ มุ่งถ่ายทอดความหลากหลายของพืชและความรู้ด้านการเพาะขยายพันธุ์ เพื่อให้การชมสวนเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ด้านเกษตร นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม
ข่าวสดรายงานปฏิกิริยาต่อคลิปติ๊กต็อกของกวินท์ ดูวาล โดยข้อสันนิษฐานเรื่องความสัมพันธ์ยังเป็นความเห็นของผู้ชม
กีฬานักเทนนิสสเปนยกผลงานซเวเรฟและเชลตันเป็นสัญญาณการแข่งขันที่เปิดกว้าง พร้อมให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวช่วงพรีซีซั่น
สิ่งแวดล้อมสุชาติระบุสภาอุทยานธรณีโลกเห็นชอบเสนอรับรองขอนแก่น หากผ่านขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่สามของไทย
ด้านสถาปัตยกรรม นางศศิญาระบุว่าอาคารต่าง ๆ ใช้อัตลักษณ์อุดรธานีและภูมิปัญญาอีสานเป็นแนวคิดในการออกแบบ โดยอาคารประชาสัมพันธ์รูปไหได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงและข้อง ซึ่งเป็นภาชนะไม้ไผ่สานสำหรับใส่ปลา ส่วนอาคารอำนวยการรูปไซนำรูปทรงเครื่องมือจับปลาพื้นบ้านมาใช้ ขณะที่อาคารเรือนกระจกประยุกต์แนวคิดจากเฮือนแฝดเข้ากับรูปแบบร่วมสมัย โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งโล่งและการถ่ายเทอากาศ
อาคารเฉลิมพระเกียรติผสานแนวคิดจากวัดป่าภูก้อนและดอกบัว ภายในประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรยพระพุทธภัทรบรมสุข พร้อมจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านอีสาน ซึ่งจำลองเรือนพื้นถิ่นดั้งเดิมหลายรูปแบบ เพื่อนำเสนอวิถีชีวิตและความผูกพันของครอบครัวชาวอีสาน ให้ผู้เข้าชมสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่กับการชมพรรณไม้
นายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ระบุว่าการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นโอกาสแสดงศักยภาพของจังหวัดและภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อนานาชาติ พร้อมยืนยันความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดช่วงจัดงาน โดยจังหวัดมองว่ามหกรรมดังกล่าวจะมีบทบาททั้งในการกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพของพื้นที่ในระยะยาว